สิ้นสุดการรอคอย 16 ปีเต็ม! ทีมชาติสเปน "กระทิงดุ" สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 มาครองอย่างยิ่งใหญ่ หลังเอาชนะทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์เก่า ไป 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ในรอบชิงชนะเลิศที่สนามเมตไลฟ์ สเตเดียม สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2026
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของสเปนต่อจากปี 2010 และทำให้สเปนกลายเป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์ที่ครองแชมป์ฟุตบอลโลกทั้งทีมชายและทีมหญิงพร้อมกัน หลังจากทีมหญิงเพิ่งคว้าแชมป์โลกไปในปี 2023
สรุปผลรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026
สเปน 1-0 อาร์เจนตินา (ต่อเวลาพิเศษ)
- สนาม: เมตไลฟ์ สเตเดียม, อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด, นิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา
- วันที่: 19 กรกฎาคม 2026
- ผู้ชม: 80,663 คน
- ประตูชัย: เฟร์รัน ตอร์เรส ตัวสำรอง นาทีที่ 106
- ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัด: เฟร์รัน ตอร์เรส (สเปน)
เกมนี้เป็นเกมที่อึดอัดและต้องวัดกันด้วยความอดทน สเปนเป็นฝ่ายครองบอลบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ต้องเจอกับฟอร์มเหนียวหนึบของ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ นายทวารอาร์เจนตินา ที่สร้างสถิติเซฟมากที่สุดในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกถึง 11 ครั้ง แต่สุดท้ายความพยายามของสเปนก็มาสัมฤทธิ์ผลในช่วงต่อเวลาพิเศษ
เส้นทางสุดหินของกระทิงดุสู่บัลลังก์แชมป์
การมาครั้งนี้ของสเปนไม่ธรรมดา พวกเขาเข้ามาในฐานะอดีตแชมป์โลกปี 2010 และแชมป์ยูโร 4 สมัย และเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์โลกจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Opta ที่จำลองผลกว่า 10,000 ครั้ง
- รอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่ม H): เสมอ กาบูเวร์ดี 0-0, ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 4-0, ชนะ อุรุกวัย 1-0 จบเป็นแชมป์กลุ่ม
- รอบ 32 ทีม: ชนะ ออสเตรีย 3-0
- รอบ 16 ทีม: ชนะ โปรตุเกส 1-0 จากประตูชัยนาทีบาปของ มิเกล เมริโน
- รอบ 8 ทีม: ชนะ เบลเยียม 2-1 สุดระทึก ได้ประตูชัยนาทีที่ 88
- รอบรองชนะเลิศ: โค่นเต็งแชมป์อีกทีมอย่าง ฝรั่งเศส 2-0 แบบสุดยอดเกมรับ
ส่วนอาร์เจนตินาในฐานะแชมป์เก่าก็มาไกลไม่แพ้กัน นำโดย ลิโอเนล เมสซี ที่ทำแฮตทริกตั้งแต่นัดแรก ก่อนจะผ่านด่านหินอย่าง กาบูเวร์ดี, อียิปต์, สวิตเซอร์แลนด์ และเฉือนชนะอังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ
ทำไมแชมป์ครั้งนี้ของสเปนถึงยิ่งใหญ่?
1. การกลับมาของฟุตบอลที่สวยงาม
สเปนชุดนี้ยังคงปรัชญา ติกี-ตากา ที่ครองบอลเหนียวแน่น แต่เพิ่มความเฉียบคมและเกมรับที่แข็งแกร่งนำโดย โรดรี กัปตันทีมที่ชูถ้วยแชมป์ในครั้งนี้
2. ฮีโร่จากม้านั่งสำรอง
เฟร์รัน ตอร์เรส ลงมาเป็นตัวสำรองและกลายเป็นฮีโร่ยิงประตูชัยในนาทีที่ 106 พาสเปนคว้าแชมป์ได้สำเร็จ
3. รอบชิงที่มีเรื่องราวนอกสนาม
นัดชิงครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการแสดงช่วงพักครึ่งแบบ Super Bowl นำโดย มาดอนนา, ชากีรา, จัสติน บีเบอร์ และวง BTS ทำให้ช่วงพักครึ่งยาวนานกว่า 27 นาที จนผิดกฎปกติของ FIFA ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 15 นาที
และเป็นนัดชิงที่มีบุคคลสำคัญมาชมมากมาย ทั้งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์, สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 แห่งสเปน พร้อมพระราชินีและพระธิดา
ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงอย่างสวยงามกับแชมป์ที่คู่ควร สเปนได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาคือยุคทองยุคใหม่อย่างแท้จริง
¡Enhorabuena, España! ยินดีกับแฟนบอลกระทิงดุทุกคน!